
อัลลอฮ์ ตะอาลา ตรัสว่า
ความว่า "แน่แท้บรรดาทรัพย์สินและลูกๆ ของพวกท่านเป็น "ฟิตนะฮ์" (บททดสอบ) และ ณ อัลลอฮ์นั้นมีรางวัลตอบแทนอันยิ่งใหญ่" (ซูเราะฮ์อัตตะฆอบุน: 15)
"ลูก" เป็นของขวัญ และความโปรดปราน (นิอฺมะฮ์) จากอัลลอฮ์ที่ทรงประทานให้แก่ผู้เป็นพ่อและแม่ แต่ในขณะเดียวกัน "ลูก" ก็เป็นบททดสอบ "ฟิตนะฮ์" ที่อัลลอฮ์ทรงส่งมาสำหรับพ่อแม่เช่นเดียวกัน หากพ่อแม่ขอบคุณ (ชุโกร) อัลลอฮ์ ในเรื่องลูก ด้วยการปลูกฝังศรัทธา (อีมาน) อบรมสั่งสอนลูกให้เป็นบ่าวที่ดีของอัลลอฮ์ (อับดุลศอลิห์) และเป็น "คน" คุณภาพของสังคม อินชาอัลลอฮ์อัลลอฮ์ เขาทั้งสองจะได้รับความสุข ความสันติและการตอบแทนรางวัลที่ดีจากอัลลอฮ์ ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า
ในมุมมองอิสลาม ลูกหลานคือ อะมานะฮ์ ที่อัลลอฮ์ทรงมอบหมายให้แก่พ่อแม่ เพื่อให้พวกเขาเป็นผู้รักษาศาสนาและเชื่อฟังพระผู้เป็นเจ้า ด้วยเหตุนี้ อิสลามจึงให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการอบรมเลี้ยงดูบุตร เพื่อให้สังคมได้รับความสุข และเพื่อให้ลูกหลานสามารถยกระดับสังคมไปสู่ความเจริญที่แท้จริง การอบรมในอิสลามครอบคลุมทุกมิติของชีวิตบุคคล ทั้งด้านร่างกาย จิตวิญญาณ ศีลธรรม และสติปัญญา เพื่อให้เกิดการเติบโตอย่างสมบูรณ์ เมื่อเราอบรมดูแลพวกเขาตามวิถีอิสลาม ผลลัพธ์คือ เราจะได้พลเมืองที่ดี รู้จักสิทธิและหน้าที่ของตน และจะได้บุคคลมุสลิมที่เข้มแข็ง มีชีวิตอยู่ด้วยหลักศรัทธา (อะกีดะฮ์) ที่ถูกต้อง มีสติปัญญาที่ตื่นรู้ และมีศีลธรรมที่มั่นคง
ลูกหลานคือเมล็ดพันธุ์แห่งชีวิต ผลผลิตแห่งความหวัง และความชื่นใจของบิดามารดา พวกเขาคือผู้สร้างอนาคต เป็นกำลังสำคัญของสังคม ทั้งในฐานะนักคิด นักวิชาการ นักธุรกิจ นักบริหาร ผู้ดูแล รับผิดชอบ และผู้พิทักษ์ความมั่นคงให้แก่ประชาชาติ
หากประชาชาติอิสลามปรารถนาศักดิ์ศรี เกียรติ และความยิ่งใหญ่ จำเป็นต้องหวนกลับไปสู่แก่นแท้ของศาสนา ต้องอบรมเยาวชนมุสลิมให้เติบโตบนแบบแผนแห่งความเป็นชายที่แท้จริง และความเป็นมนุษย์ที่มีเกียรติ แบบแผนที่เราได้เห็นในบรรดามุสลิมรุ่นแรก ซึ่งประกอบด้วยพลังแห่งสติปัญญา พลังแห่งจิตวิญญาณ พลังแห่งศีลธรรม และพลังแห่งร่างกายเพื่อให้การเลี้ยงดูบุตรเป็นการอบรมที่สูงส่งและสมบูรณ์ เราจำเป็นต้องหล่อหลอมพวกเขาให้สอดคล้องกับความเชื่อและอุดมคติอันประเสริฐ ที่ยึดโยงจากคัมภีร์อัลลอฮ์ (อัลกุรอาน) และแบบอย่างของร่อซูลุลลอฮ์ ﷺ
قالَ الإِمامُ الغَزاليُّ: "والصَّبِيُّ أمانةٌ عندَ والِدَيْهِ، وقلبُهُ الطَّاهِرُ جَوهرةٌ نَفيسةٌ ساذِجةٌ، خاليةٌ مِن كُلِّ نَقصٍ وصُورةٍ، وهو قابلٌ لِكُلِّ ما يُنقَشُ عليه، وقابلٌ إلى كُلِّ ما يُمالُ بهِ إليه، فإنْ عُوِّدَ الخَيرَ عَلِمَهُ وعُلِّمَهُ، ونَشَأَ عليه، وسَعِدَ في الدُّنيا والآخرةِ، وشارَكَهُ في ثَوابِهِ أبواهُ، وكُلُّ مُعلِّمٍ لهُ ومُؤدِّبٍ، وإنْ عُوِّدَ الشَّرَّ، وأُهمِلَ إهمالَ البهائمِ، شَقِيَ وهَلَكَ، وكانَ الوِزرُ في رَقبةِ القَيِّمِ عليه، الوالي لهُ"
อิมามอัลฆ่อซาลี กล่าวว่า:
“เด็กคืออามานะฮฺที่ถูกฝากไว้กับบิดามารดา หัวใจอันบริสุทธิ์ของเขาเปรียบเสมือนอัญมณีล้ำค่า ที่ยังว่างเปล่า ปราศจากร่องรอยหรือภาพใด ๆ และพร้อมที่จะรับทุกสิ่งที่จะถูกสลักลงไป หากเขาถูกฝึกให้คุ้นเคยกับความดี เขาก็จะเรียนรู้และเติบโตบนความดีนั้น และจะได้รับความสุขทั้งในโลกนี้และโลกหน้า โดยที่บิดามารดาและครูผู้สอนทุกคนจะมีส่วนร่วมในผลบุญนั้น แต่หากเขาถูกฝึกให้คุ้นเคยกับความชั่ว หรือถูกละเลยเหมือนสัตว์ที่ไร้การดูแล เขาจะประสบความทุกข์และความพินาศ และบาปนั้นจะตกอยู่บนบ่าของผู้ดูแลและผู้มีหน้าที่รับผิดชอบต่อเขา”
การเลี้ยงดูบุตรอย่างถูกต้องเป็นความรับผิดชอบอันใหญ่หลวงและเป็นอามานะฮฺที่ยิ่งใหญ่ซึ่งตกอยู่บนบ่าของบิดามารดา เพราะลูก ๆ คือเครื่องประดับแห่งชีวิตโลกนี้และเป็นเสาหลักของอนาคต ในอิสลามมีแนวทางที่ชัดเจนและครบถ้วนสำหรับการอบรมบุตร ซึ่งตั้งอยู่บนการปลูกฝังคุณค่าทางศาสนา คุณธรรมที่ดีงาม และพฤติกรรมเชิงบวกที่เตรียมพวกเขาให้เป็นคนดีต่อตนเองและเป็นประโยชน์ต่อสังคม การอบรมที่ถูกต้องนั้นผสมผสานระหว่างความรักและความมีระเบียบวินัย ระหว่างการสอนด้วยการเป็นแบบอย่างและการชี้นำด้วยวิทยปัญญา (ฮิกมะฮ์)
การสอนลูกให้เรียนอัลกุรอาน
หนึ่งในคำสั่งเสียของท่านร่อซูล ﷺ ในการอบรมบุตรคือการสอนอัลกุรอาน ซึ่งถือเป็นรากฐานของการอบรมแบบอิสลาม ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า: “ผู้ที่ดีที่สุดในหมู่พวกท่านคือผู้ที่เรียนอัลกุรอานและสอนมัน” (บันทึกโดยอัลบุคอรีย์)
การส่งเสริมให้เด็กอ่านอัลกุรอานและท่องจำ พร้อมทั้งเชื่อมโยงกับความหมายของอายะฮ์ที่จัดระเบียบชีวิตของมุสลิม ถือเป็นการวางรากฐานที่มั่นคงให้แก่ชีวิตของเขา
การปลูกฝังอะกีดะฮ์ที่ถูกต้องในหัวใจของลูกหลาน
การอบรมที่ถูกต้องเริ่มต้นด้วยการสอนลูกให้มีศรัทธาต่ออัลลอฮ์ และอธิบายความหมายของเตาฮีด ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า: “โอ้เด็กน้อย ฉันจะสอนคำบางคำแก่เจ้า: "จงรักษาอัลลอฮ์ (การปฏิบัติตามพระบัญชาของอัลลอฮ์/ครองตนอยู่ในคำสอนของศาสนา) แล้วพระองค์จะรักษาเจ้า จงรักษาอัลลอฮ์ แล้วเจ้าจะพบพระองค์อยู่ตรงหน้าเจ้า…” (บันทึกโดยอัตติรมิซีย์)
การสอนลูกให้รู้จักพระนามและคุณลักษณะของอัลลอฮ์ และการปลูกฝังความรักต่ออัลลอฮ์และร่อซูล ﷺ ในหัวใจของพวกเขา จะสร้างรากฐานแห่งอีมานที่มั่นคง ซึ่งช่วยให้พวกเขามีความหนักแน่นและมั่นคงในการเผชิญกับฟิตนะฮ์และบททดสอบต่าง ๆ
การสอนละหมาดและการเชื่อฟังตั้งแต่วัยเยาว์
หนึ่งในคำสั่งเสียของท่านร่อซูล ﷺ ในการอบรมบุตรคือการสอนละหมาดและการเชื่อฟัง ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า: “จงสั่งลูก ๆ ของพวกท่านให้ทำการละหมาดเมื่ออายุครบเจ็ดปี และจงตีพวกเขาเมื่ออายุครบสิบปีหากยังละเลย…” (บันทึกโดยอบูดาวูด)
การสอนละหมาดควรทำด้วยวิธีที่สนุกสนานและน่ารัก เพื่อให้เด็กเกิดความรักและความผูกพันกับการอิบาดะฮ์ พร้อมทั้งส่งเสริมให้เด็กมีความสม่ำเสมอในการปฏิบัติศาสนกิจ เช่น การถือศีลอด และการกล่าวอัซการประจำวัน
การสอนด้วยการเป็นแบบอย่างที่ดี
เด็ก ๆ เรียนรู้จากการกระทำของพ่อแม่มากกว่าคำพูดของพวกเขา ดังนั้น พ่อแม่จึงจำเป็นต้องเป็นแบบอย่างที่ดีในด้านคุณธรรม การยึดมั่นในศาสนา และการปฏิบัติต่อผู้อื่น
หากเด็กเห็นพ่อแม่ปฏิบัติด้วยความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบ และความเมตตา เขาก็จะรับเอาคุณค่าเหล่านี้มาโดยอัตโนมัติการสอนด้วยการเป็นแบบอย่างที่ดี
การใช้ความเมตตาและความอ่อนโยนในการอบรม
หนึ่งในคำสั่งเสียของท่านร่อซูล ﷺ ในการอบรมบุตรคือการใช้ความเมตตาและความอ่อนโยน ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า: “ผู้ที่ไม่เมตตา ย่อมไม่ได้รับความเมตตา” (บันทึกโดยอัลบุคอรีย์)
การใช้ความเมตตาและความอ่อนโยนในการปฏิบัติต่อลูกจะช่วยเสริมสร้างความไว้วางใจระหว่างเด็กกับพ่อแม่ และทำให้เด็กตอบสนองต่อการชี้นำได้ดียิ่งขึ้น การหลีกเลี่ยงความรุนแรงหรือการตำหนิอยู่เสมอ และหันมาใช้การสนทนาและความเข้าใจในการแก้ปัญหาแทน จะช่วยให้การอบรมมีประสิทธิภาพและสร้างบรรยากาศครอบครัวที่อบอุ่น
การสร้างสมดุลระหว่างความรักและความมีระเบียบวินัย
ความรักเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอสำหรับการอบรมบุตร แต่ต้องมาควบคู่กับระเบียบวินัยที่สอนให้เด็กเรียนรู้การปฏิบัติตามกฎเกณฑ์และการเคารพผู้อื่น
การวางกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนต่อพฤติกรรม เช่น การรักษาการละหมาด การตรงต่อเวลา และการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ไม่ดี เป็นสิ่งจำเป็น
เมื่อเด็กทำผิด ควรมีการลงโทษด้วยวิธีที่มีปัญญา เหมาะสมกับสถานการณ์ และมีเป้าหมายเพื่อการชี้นำ ไม่ใช่เพื่อการแก้แค้น
การปลูกฝังคุณธรรมที่ดีงาม
อิสลามให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อคุณธรรม พ่อแม่จึงควรปลูกฝังคุณค่า เช่น ความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบ ความอดทน และการทำความดีในจิตใจของลูก ๆ ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า: “แท้จริงฉันถูกส่งมาเพื่อทำให้คุณธรรมอันสูงส่งสมบูรณ์” (บันทึกโดยอะหมัด)
สิ่งนี้สามารถทำได้ผ่านการเล่าเรื่องราวจากชีวิตของท่านนบี ﷺ และการยกตัวอย่างเชิงปฏิบัติในชีวิตประจำวัน เพื่อให้เด็กเห็นภาพและนำไปปฏิบัติจริง
การส่งเสริมลูกให้แสวงหาความรู้
การศึกษาเป็นรากฐานในการสร้างบุคลิกภาพของเด็กและการพัฒนาความสามารถของเขา
จำเป็นต้องปลูกฝังความรักในวิชาความรู้ในหัวใจของลูกตั้งแต่วัยเยาว์ และสอนให้พวกเขารู้ว่า การแสวงหาความรู้คือการอิบาดะฮ์ที่พวกเขาจะได้รับผลบุญ ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า: “การแสวงหาความรู้เป็นสิ่งที่ถูกกำหนดไว้แก่มุสลิมทุกคน” (บันทึกโดยอิบนุ มาญะฮ์)
การส่งเสริมการสนทนาและการสื่อสาร
การจัดสรรเวลาในแต่ละวันเพื่อได้นั่งพูดคุยกับลูก ๆ และรับฟังปัญหา ความคิดของพวกเขา จะช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างพ่อแม่กับลูก
การสนทนาทำให้เด็กเกิดความรู้สึกปลอดภัยและไว้วางใจ และช่วยกระตุ้นให้เขากล้าที่จะเปิดเผยสิ่งที่อยู่ในใจ แทนที่จะไปพึ่งพาแหล่งข้อมูลภายนอกที่ไม่น่าเชื่อถือ
ความยุติธรรมระหว่างลูก ๆ ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า: “จงยำเกรงอัลลอฮ์ และจงทำความยุติธรรมระหว่างลูก ๆ ของพวกท่าน” (บันทึกโดยอัลบุคอรี)การปฏิบัติอย่างยุติธรรมต่อบุตรจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดความอิจฉาริษยาหรือความเกลียดชังระหว่างกัน และยังช่วยเสริมสร้างความรักและความสามัคคีในหมู่พี่น้องอีกด้วย
การวิงวอนขอต่ออัลลอฮ์ให้แก่ลูก ๆ เพื่อความถูกต้องและความดีงาม
ดุอาอ์คืออาวุธของผู้ศรัทธา ท่านนบี ﷺ ได้ส่งเสริมให้พ่อแม่วิงวอนขอต่ออัลลอฮ์ให้แก่ลูก ๆ และห้ามไม่ให้สาปแช่งลูก ๆ ของตน โดยท่านกล่าวว่า: “อย่าวิงวอนขอสิ่งชั่วร้ายต่อตัวพวกท่านเอง และอย่าวิงวอนขอสิ่งชั่วร้ายต่อลูก ๆ ของพวกท่าน…” (บันทึกโดยมุสลิม)
การวิงวอนขอจากอัลลอฮ์จะทำให้พระองค์ทรงช่วยเหลือพ่อแม่ในการปกป้องลูก ๆ จากฟิตนะฮ์และการเบี่ยงเบนออกจากทางที่ถูกต้อง
การสอนลูกให้มีความรับผิดชอบ
จำเป็นต้องสอนเด็กให้รับผิดชอบต่อการกระทำและการตัดสินใจของตนเองตั้งแต่วัยเยาว์ เช่น การจัดห้องของตนเอง หรือการทำการบ้านให้เสร็จ
ความรับผิดชอบจะช่วยพัฒนาให้เด็กมีความเป็นอิสระและความมั่นใจในตนเอง ซึ่งจะทำให้เขาสามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้องในชีวิต
การส่งเสริมและการชมเชยเชิงบวก
การใช้การส่งเสริมและการให้กำลังใจเมื่อเด็กทำพฤติกรรมที่ดี จะช่วยเพิ่มความมั่นใจในตนเอง และทำให้เขามุ่งมั่นที่จะทำความดีอย่างต่อเนื่อง
ท่านนบี ﷺ มักจะยกย่องและชมเชยเยาวชนและเด็ก ๆ เช่นที่ท่านได้ทำกับอับดุลลอฮ์ อิบนุ อับบาส รอฎิยัลลอฮุอันฮุมา โดยท่านได้วิงวอนว่า: “โอ้อัลลอฮ์ โปรดทำให้เขาเข้าใจศาสนา และสอนเขาให้รู้การตีความ” (บันทึกโดยอัลบุคอรี)
การปกป้องลูกจากสิ่งกระทบด้านลบ
การเฝ้าระวังเนื้อหาที่เด็กดู (สื่อโซเชียลมีเดีย) และการติดตามสอดส่องการคบเพื่อนหรือคนรอบข้างของเขา เป็นสิ่งสำคัญเพื่อรับประกันว่าการอบรมจะเกิดขึ้นในสภาพแวดล้อมที่ดี การสอนเด็กให้รู้จักรับมือกับสิ่งยั่วยวนและฟิตนะฮ์ พร้อมทั้งอธิบายถึงอันตรายของการห่างไกลจากคุณค่าอิสลาม ถือเป็นสิ่งจำเป็นการเลี้ยงดูบุตรอย่างถูกต้องต้องอาศัยความพยายามอย่างต่อเนื่อง และการสร้างสมดุลระหว่างความรักกับการชี้นำที่จริงจัง
การอบรมแบบอิสลามตั้งอยู่บนการสอนอะกีดะฮ์ที่ถูกต้อง การปลูกฝังคุณธรรมที่ดีงาม การสอนอัลกุรอาน และการส่งเสริมให้แสวงหาความรู้และทำความดี หากพ่อแม่ยึดตามคำสั่งเสียของท่านนบี ﷺ ในการอบรมบุตร พวกเขาก็จะวางลูก ๆ ไว้บนเส้นทางแห่งความสำเร็จทั้งในโลกนี้และโลกหน้า
การเลี้ยงดูบุตรในอิสลามเป็น อะมานะฮ์ อันยิ่งใหญ่ที่อัลลอฮ์ทรงมอบหมายแก่บิดามารดา ลูกคือของขวัญและบททดสอบในเวลาเดียวกัน หากพ่อแม่อบรมด้วยศรัทธา คุณธรรม และความรักที่สมดุล พวกเขาจะเติบโตเป็น อับดุลศอลิห์ ผู้มีประโยชน์ต่อสังคมและมั่นคงในศาสนา แนวทางของท่านนบี ﷺ ชี้ชัดว่า การสอนอัลกุรอาน การปลูกฝังอะกีดะฮ์ที่ถูกต้อง การฝึกละหมาด การเป็นแบบอย่างที่ดี การใช้ความเมตตา ความยุติธรรม และการส่งเสริมความรู้ คือเส้นทางสู่การสร้างคนรุ่นใหม่ที่เข้มแข็งทั้งร่างกาย จิตใจ และศีลธรรมดังนั้น การอบรมบุตรตามวิถีอิสลามไม่เพียงสร้างครอบครัวที่สงบสุข แต่ยังเป็นการวางรากฐานแห่งเกียรติและความเจริญของประชาชาติในโลกนี้ และรางวัลอันยิ่งใหญ่ในโลกหน้าอีกด้วย
ดาวน์โหลดไฟล์ pdf https://shorturl.asia/Gn2qJ
ดาวน์โหลดไฟล์ word https://shorturl.asia/Soz0w