ใช้เวลาอ่าน 1 นาที
จุดยืนของเชคอบุลหะซัน อลี อันนัดวีย์ ต่อการเมือง

เชคอบุล หะซัน อลี อันหะซะนีย์ อันนัดวีย์มิได้มองว่าการเมืองเป็นสิ่งต้องห้าม หรือเป็นต้นไม้ต้องห้ามที่ไม่อาจเข้าใกล้ได้ และมิได้ถือว่าการเมืองเป็นสิ่งต้องห้ามตามหลักศาสนา หากแต่ท่านมีมุมมองอย่างสุขุมว่า การเมืองในสภาพปัจจุบันไม่อาจเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการฟื้นฟูสังคมหรือเปลี่ยนแปลงสภาวการณ์ ท่านเห็นว่าการเข้าไปมีบทบาทในกิจกรรมทางการเมืองในยุคนี้ มักไม่ก่อผลอันแท้จริง และไม่อาจตอบสนองต่อความหิวกระหายแห่งการเปลี่ยนแปลงได้           

อย่างไรก็ตาม ทุกครั้งที่ความจำเป็นเรียกร้อง ท่านไม่เคยละเลยในการให้คำแนะนำแก่บรรดาผู้นำมุสลิมในแวดวงการเมือง เพื่อชี้แนวทางแห่งการปฏิรูปและการขจัดความเสื่อมทราม ในยุคของนางอินทิรา คานธี นายกรัฐมนตรีแห่งอินเดีย เมื่อประชาชนโดยรวม—โดยเฉพาะชาวมุสลิม—ต้องเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนัก จนความอ่อนล้าและความสิ้นหวังแทรกซึมเข้าสู่หัวใจของพวกเขา และพวกเขายอมจำนนต่อพรรคคองเกรสอย่างสิ้นเชิง เชคอันนัดวีย์จึงลุกขึ้นปลุกเร้าความหวงแหนในศาสนาและความกล้าหาญในหัวใจของพวกเขา พร้อมทั้งจัดตั้งบุคลากรทางการเมืองในหมู่มุสลิม เพื่อเติมเต็มช่องว่างในเวทีการเมือง และก่อตั้งแนวร่วมแห่งเอกภาพทางการเมืองเพื่อฟื้นฟูสภาพของประชาคมมุสลิมในอินเดีย           

ท่านได้ริเริ่มขบวนการทางการเมืองภายใต้ชื่อ “สภามุสลิม” โดยมีแพทย์อับดุลญะลีล ฟะรีดี เป็นประธาน ซึ่งสภาดังกล่าวได้พิสูจน์ถึงความสามารถและความสำคัญในเวทีการเมือง โดยสามารถจัดตั้งพันธมิตรกับพรรคการเมืองอื่นๆ จนนำไปสู่ความพ่ายแพ้ของพรรคคองเกรส และในขณะนั้น ชาวมุสลิมก็ได้ตระหนักถึงคุณค่าทางการเมืองของตนเอง           

อย่างไรก็ตาม เชคอันนัดวีย์—ด้วยความเข้าใจในธรรมชาติของการเมืองและการติดต่อกับผู้มีอำนาจ—ได้ตระหนักว่า ไม่มีพรรคการเมืองมุสลิมใดที่สามารถครองเสียงข้างมากได้โดยลำพัง และการรวมตัวของเสียงข้างมากในหมู่ชาวฮินดูอาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เลวร้าย โดยเฉพาะหากเกิดการปลุกกระแสชาตินิยมทางศาสนา ซึ่งย่อมเป็นภัยคุกคามต่อชนกลุ่มน้อยมุสลิมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ด้วยเหตุนี้ ท่านจึงเห็นว่า สิ่งที่เหมาะสมและเป็นประโยชน์สูงสุดต่อประชาคมมุสลิมในอินเดีย คือการมีตัวแทนมุสลิมในทุกพรรคการเมือง ซึ่งทำงานด้วยความจริงใจและความตั้งใจ เพื่อผลประโยชน์ของชาวมุสลิม พร้อมทั้งให้คำแนะนำแก่ผู้นำพรรคการเมืองเมื่อสถานการณ์เรียกร้อง 

อย่างไรก็ตาม ท่านไม่เห็นด้วยกับการที่ตัวแทนเหล่านั้นจะผูกพันตนเองกับพรรคใดพรรคหนึ่งจนขาดการเชื่อมโยงกับพรรคอื่น เพราะสิ่งนั้นอาจนำไปสู่ความแตกแยก ความขัดแย้ง และความเป็นศัตรูในแวดวงการเมือง เชคอันนัดวีย์ยังเน้นว่า ภารกิจแห่งการชี้นำในสนามการเมืองควรดำเนินไปด้วยความสุขุมและปัญญา โดยไม่ปรากฏให้ผู้ใดรู้สึกถึงแรงผลักดันนั้น และควรยึดมั่นในคุณธรรมแห่งการให้และความเอื้อเฟื้อ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของจริยธรรมอิสลาม 

ท่านยังชี้แนะให้ผู้นำและผู้มีอำนาจหันมาใส่ใจในสิ่งที่เสริมสร้างความมั่นคงของประเทศ และเป็นประโยชน์ต่อมาตุภูมิและมนุษยชาติ พร้อมทั้งส่งเสริมให้ตัวแทนมุสลิมพิสูจน์ความสามารถของตนในเวทีการเมือง เพื่อให้ผู้นำพรรคการเมืองตระหนักถึงความรับผิดชอบในการปกป้อง ดูแล และพัฒนาชาวมุสลิมในทุกด้านของชีวิต ซึ่งท่านเห็นว่าเป็นสิ่งจำเป็นต่อความมั่นคงและการดำรงอยู่ของประเทศโดยแท้จริง

แปลจาก:
 منهج الشيخ أبي الحسن علي الحسني الندوي رحمه الله، تأليف الشيخ بلال عبد الحي الحسني الندوي حفظه الله