มนุษย์ทุกยุคทุกสมัยต่างเคยตั้งคำถามต่อชีวิตและการมีอยู่ของตนเองว่า “เราเกิดมาเพื่ออะไร” และ “ใครคือผู้สร้างเรา” คำถามเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ หากแต่เป็นรากฐานของการแสวงหาความหมายที่อยู่ในหัวใจมนุษย์ทุกคน
ในมุมมองของหลักศรัทธาอิสลาม คำตอบชัดเจนว่า พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงสร้างทุกสรรพสิ่งคือ อัลลอฮ์ พระองค์ทรงกำหนดเป้าหมายของชีวิตมนุษย์ให้ดำรงอยู่เพื่อการภักดีต่อพระองค์และการทำความดีต่อตนเองและผู้อื่น
หากมองด้วยสายตาแห่งเหตุผลและสติปัญญา เราก็พบหลักฐานที่ยืนยันการมีอยู่ของพระองค์ได้เช่นกัน
1. หลักเหตุและผล ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นย่อมมีสาเหตุ โลกและจักรวาลที่ซับซ้อนเกินกว่าจะเกิดขึ้นเองโดยบังเอิญ ย่อมต้องมีผู้สร้าง เช่นเดียวกับบ้านที่ไม่อาจเกิดขึ้นเองโดยไม่มีช่างก่อสร้าง
2. ความเป็นระเบียบของจักรวาล ดวงอาทิตย์ขึ้นและตกอย่างสม่ำเสมอ โลกหมุนด้วยความเร็วที่พอดี หากช้าหรือเร็วเพียงเล็กน้อย มนุษย์ก็ไม่อาจดำรงชีวิตได้ ความสมบูรณ์เช่นนี้สะท้อนถึงการออกแบบที่มีเจตนา (อิรอดะฮ์)
3. สัญชาตญาณมนุษย์ (ฟิฏเราะฮ์) มนุษย์ทุกคนมีความรู้สึกภายในที่แสวงหาสิ่งสูงสุด แม้ชนเผ่าที่ไม่รู้จักศาสนา ก็ยังบูชาสิ่งที่เหนือกว่าตนเอง นี่คือสัญชาตญาณที่พระองค์ทรงวางไว้ในหัวใจมนุษย์
4. ศีลธรรมและคุณค่า ทุกสังคมต่างเห็นตรงกันว่าการฆ่าผู้บริสุทธิ์เป็นสิ่งผิด แม้จะต่างวัฒนธรรมและภาษา นี่คือหลักฐานว่ามีมาตรฐานศีลธรรมสากลที่พระองค์ทรงกำหนดไว้

การตั้งคำถามต่อพระเจ้าไม่ใช่สิ่งไร้สาระ หากแต่เป็นการเดินทางทางจิตวิญญาณที่มีคุณค่า และเมื่อเราพิจารณาด้วยเหตุผลและสติปัญญา เราจะพบว่า คำตอบอยู่ใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิด
เมื่อเราถามว่า “เกิดมาเพื่ออะไร” คำตอบตามหลักเหตุผลและหลักศรัทธาคือ “เพื่อภักดีต่อผู้สร้าง” และผู้สร้างนั้นคือ อัลลอฮ ผู้ทรงสร้างทุกสรรพสิ่งและทรงกำหนดเป้าหมายของชีวิตมนุษย์