แนวคิดหลัก
ประเด็นสำคัญ
1. เปิดมุมมองว่า ชีวิตทั้งหมดเป็นอิบาดะห์ — แม้การเข้าห้องน้ำ การนอน การทำงาน หรือการไปเที่ยว พักผ่อนหย่อนใจกับครอบครัว และอื่นๆ ก็ทำได้ในฐานะอิบาดะห์ถ้าทำด้วยความตั้งใจเพื่ออัลลอฮ์ และสอดคล้องกับวิถีปฏิบัติของท่านนบี
2. มนุษย์มีความรู้อย่างจำกัด ขณะที่อัลลอฮ์ทรงรอบรู้ไร้ขีดจำกัด ดังนั้นต้องมอบหมายต่ออัลลอฮ์ด้วย การอิสติคอเราะห์
3. อิสติคอเราะห์เป็นซุนนะฮ์ ของนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม — ทำ 2 ร็อกอะฮ์ แล้วขอดุอาอ์เฉพาะเรื่องที่ต้องการให้พระองค์เลือกให้
4. ให้รวมสองแนวทาง: มุชาวะเราะห์ (ปรึกษามนุษย์) และ อิสติคอเราะห์ (ปรึกษาอัลลอฮ์) พร้อมกันเพื่อผลลัพธ์ที่มีบะรอกัต (ความจำเริญ)

อิหม่ามนะวะวีย์ (ร.ฮ.) กล่าวว่า: “จงรู้ไว้ว่า เป็นสิ่งที่แนะนำสำหรับผู้ที่มีความคิดจะเดินทาง ให้ปรึกษากับผู้ที่รู้จักเขาดี มีความหวังดี ความเมตตา และมีประสบการณ์ และเป็นผู้ที่เขาไว้วางใจได้ในเรื่องศาสนาและความรู้ของเขา อัลลอฮ์ตรัสว่า: “และจงปรึกษาพวกเขาในกิจการนั้น” (อาลอิมรอน: 159) และมีหลักฐานมากมายและเมื่อได้ปรึกษาแล้ว ปรากฏว่าเป็นประโยชน์ ก็ควรทำการอิสติคอเราะฮ์ต่ออัลลอฮ์ (ซ.บ.) โดยละหมาดสองร็อกอะฮ์ที่ไม่ใช่ฟัรฎู และกล่าวดุอาอ์อิสติคอเราะฮ์” (อัลอัซการ์ หน้า 214)และอัลฟัยยูมีย์กล่าวใน ฟัตฮุลเกาะรีบ อัลมุญีบ อะลัตตัรฆีบ วัตตัรฮีบ: “การปรึกษาควรมาก่อนการอิสติคอเราะฮ์ ดังนั้นเมื่อได้ปรึกษาแล้ว และปรากฏว่าเป็นประโยชน์ ควรทำอิสติคอเราะฮ์ต่ออัลลอฮ์ โดยละหมาดสองร็อกอะฮ์ที่ไม่ใช่ฟัรฎู และกล่าวดุอาอ์อิสติคอเราะฮ์”
5. เวลาที่เหมาะสม เช่น หลังตะฮัจญุด, ก่อน/หลังละหมาด หรือช่วงที่ใจสงบ และในขณะรอการละหมาด ณ มัสยิด เป็นต้น